ลูกสาวเผยสุขภาพ “อาจารย์แม่” ในวัย 87 ถือว่าใช้ได้ ชอบดูศิลปินเกาหลีวงนี้

ลูกสาวเผย “อาจารย์แม่” ถึงกับร้องว้ายยย หลังรู้ว่ากลับมาดังในโซเชียล ชี้ปัจจุบันสุขภาพยังถือว่าใช้ได้ และล่าสุดชอบดูทั้งศิลปินเกาหลีและจีน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 ดร.นิธินาถ สินธุเดชะ เตลาน หรือ ด๊อกเตอร์ปุ้ม ลูกสาวของอาจารย์แม่ รศ.สุนีย์ สินธุเดชะ ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก Nithinart Sinthudeacha Telan ระบุว่า

ข่าวสังคมใหม่

ช่วง 2-3 วันนี้ แม่ hot มาก ลูกก็พลอย hot ไป ด้วย ปุ้มไม่ค่อยได้ post รูปแม่มาหลายปี โดย เฉพาะช่วงโควิด เพราะแม่หมดโอกาสทําสวย อดเจอช่างกรรไกรทอง เจอช่างปุ้มกรรไกร พลาสติก อดทําผมดํา เพราะลูกบอกว่าให้ใช้ ชีวิตปราศจากสารเคมี เล่าให้ฟังว่าแม่กลับมา ดังตอนนี้ เพราะมีรูปแม่แพร่หลายทุกช่องทาง ทุก platform แม่ร้องว้ายยย แม่ไม่ได้ใส่ฟัน ไม่ทันแล้วแม่ แม่บอกว่าแม่ไม่สวย เลยถามว่า ตอนไหนสวยคะคุณขา แม่บอกว่าสวยจนลืมไป ประกวด ตอบได้ขนาดนี้ พ่อแม่พี่น้องสบายใจ ได้ค่ะ

ปุ้มเลยขออนุญาต update เรื่องแม่ สําหรับพี่ป้า น้าอาพี่น้องทุกท่านที่ห่วงแม่ แม่เดินไม่ได้ไกล หลังๆดื้อไม่ชอบเดิน เพราะติดเฟอร์รารี่ 2 ล้อ ทั้ง รุ่น EV และ ธรรมดา น้องอาร์มต้องไปซื้อ เครื่อง ออกกําลังกาย ให้ยืนเองและเดินมาให้ออกกําลัง ที่เป็นแบบนี้เพราะสัก 4 ปีที่แล้ว แม่เอียงไป กระแทกราวในห้องน้ํา ซี่โครงร้าว ต้องนอนนิ่งๆ นาน เลยไม่ค่อยยอมเดินตั้งแต่นั้นมา สุขภาพ ทั่วไปถือว่าใช้ได้ค่ะ มีหลงลืมตามอายุ 87 ทาน

อาหารได้ดี ชอบที่สุดคือโอเลี้ยง อ่านหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์ ติดตามข่าวสารบ้าน เมืองพองาม ชอบดู Got 7 (อันนี้งง) ชอบน้อง แฝด 3 โดยเฉพาะมินกุก ชอบเสี่ยวจ้านและหวัง อี้ป๋อ ภาพนี้เป็นการออกไปข้างนอกล่าสุด และ น้องอาร์มให้ทานเป็ดปักกิ่งตามสัญญา สิ่งที่ท่าน เห็นคือ talent ของแม่ การ shopping คือความ สามารถเทียบเท่าทีมชาติชุดดรีมทีม มาทายกัน ว่าจะซื้อใบไหน หรือเอาหมดเลย ถูกต้องค้าบบเอาหมดเลย

ปุ้มต้องกราบขอบพระคุณทุกความรัก ความ ระลึกถึงที่ทุกท่านมีให้แม่ตลอดมา ซาบซึ้งใจค่ะ แม้จะสวยน้อยลงแต่ปากยังคมเหมือนเดิมค่ะ ข่าวสังคมแนะนำ>>> อัปเดต สายพันธุ์โควิดในไทย จีนเปิดประเทศ และXBB.1.5ที่ระบาดในอเมริกา

อัปเดต สายพันธุ์โควิดในไทย จีนเปิดประเทศ และXBB.1.5ที่ระบาดในอเมริกา

จีนเปิดประเทศ กรมวิทย์ เผยสายพันธุ์โควิด-19จีน ไม่ใช่พันธุ์ใหม่ ไม่ได้มีการแพร่เร็วกว่าในไทย ขณะที่ไทยเจอ 1 ราย

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรณีจีนเปิดประเทศจากข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์ ที่ระบาดในจีน พบว่า 97% เป็นสายพันธุ์ BA.5.2 และสายพันธุ์ BF.7 ซึ่งไม่ได้เป็นสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด และไม่ได้มีการแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ในประเทศไทย จีนยังไม่พบสายพันธุ์ที่น่าห่วงกังวล จึงไม่น่ากังวล

ข่าวสังคมไทย

สายพันธุ์ XBB.1.5 ในอเมริกาเพิ่ม 40 %

อีกตัวที่จับตาดู เนื่องจากพบการแพร่ระบาดมากในสหรัฐอเมริกา คือ XBB.1.5 โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 40% แต่จากการเฝ้าระวัง ยังไม่พบสายพันธุ์นี้ในไทย

XBB.1.5 มีความสามารถในการแพร่เชื้อสูสีกับ BA.2.75 ในไทย แต่มีความเหนือกว่าเล็กน้อยในเรื่องของการหลบภูมิคุ้มกัน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชมากกว่ากัน

“การเปิดให้มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ไม่ว่าจะจากประเทศใด ย่อมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ต้องชั่งเรื่องเศรษฐกิจด้วย ต้องเรียนว่าเมื่อมีการเดินทางมากขึ้น การพบสายพันธุ์ข้ามภูมิภาคก็เกิดขึ้นได้ ที่สำคัญคือโรคไม่มีความรุนแรง ไม่มีสัญญาณอัตราป่วยหนักหรือเสียชีวิต การระบาดรุนแรงเพิ่มขึ้น” นพ.ศุภกิจ กล่าว

ไทยเจอ 1 ราย สายพันธุ์ XAY.2

จากการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด -19 ในประเทศไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับเครือข่ายตรวจพบสายพันธุ์ XAY.2 จำนวน 1 ราย ในไทย ได้ส่งข้อมูลเผยแพร่ไปยังฐานข้อมูล GISAID ผู้ป่วยมีประวัติป่วยเมื่อเดือน พ.ย.2565 และกรมวิทย์ได้รับตัวอย่างเชื้อมาเมื่อกลางเดือน ธ.ค.2565 ส่วนคนที่อยู่ใกล้ชิดยังไม่พบการติดเชื้อ

สายพันธุ์ XAY.2 เป็นลูกผสมระหว่าง เดลตาสายพันธุ์ย่อย AY.45 กับ โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/5 ขณะนี้ทั่วโลกพบ 344 ราย ทั่วโลกพบสายพันธุ์ย่อยๆ อีกหลายตัว แต่ที่พบมากที่สุดคือ XAY.2

“ อิทธิฤทธิ์อิทธิเดชยังไม่มีความแตกต่างในแง่ของความรุนแรงที่ทำให้ผู้ป่วยอาการหนักหรือเสียชีวิตเร็วขึ้น แต่มีการแพร่เชื้อที่เร็วกว่าเมื่อเทียบกับลูกผสมตัวอื่น เช่น XBC”นพ.ศุภกิจกล่าว

สายพันธุ์โควิด-19หลักที่พบในไทย

ส่วนสายพันธุ์หลักที่พบในประเทศไทยขณะนี้เป็นสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BN.1.3 ซึ่งเป็นลูกหลาน ของ BA.2.75 ซึ่งข้อมูลความสามารถในการหลบภูมิและแพร่เร็ว ใกล้เคียงกับ XBB.1.5

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ร่วมกับเครือข่าย ยังคงเฝ้าระวังติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิด-19

การปฏิบัติตนเพื่อการป้องกันโรค การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ รวมถึงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ยังจำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสุดท้ายนานเกิน 4 เดือน ขอให้มารับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น สามารถลดโอกาสติดเชื้อ และลดอาการรุนแรงเมื่อมีการติดเชื้อได้