“ครูยุ่น” ปล่อยสิ้นสภาพ ม.ค.66

เด็ก

มติบอร์ดคุ้มครองเด็กฯ ไม่ต่อใบอนุญาต มูลนิธิ “ครูยุ่น” ปล่อยสิ้นสภาพ ม.ค.66

 

เด็ก

 

บอร์ดคุ้มครองเด็กจังหวัดสมุทรสงคราม มีมติให้พนักงานเจ้าหน้าที่ คุ้มครองนำเด็กที่เหลือออกจากมูลนิธิบ้านครูยุ่นทั้งหมด และมีมติไม่ต่ออายุใบอนุญาตมูลนิธิ หลังสิ้นสุด ม.ค.66

นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยความคืบหน้าการคุ้มครองเด็กในมูลนิธิคุ้มครองเด็ก (บ้านครูยุ่น) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ว่า ได้นำเด็กออกมาอยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) แล้วจำนวน 29 คน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ที่เหลืออีกกว่า 20 คนส่วนใหญ่เป็นเด็กโตอยู่ระหว่างทำความเข้าใจ โดยทีมสหวิชาชีพ บางคนอาจจะยังติดพี่เลี้ยงไม่อยากออก ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ ทั้งกับเด็ก พี่เลี้ยงผู้ดูแล ใช้วิธีมิติสังคม จิตวิทยาเข้าไปทำงาน ไม่ได้จู่โจมหรือทำให้เด็กหวาดวิตก

นายอนุกูล ยืนยันว่า การทำงานเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ หลังประเมินพื้นที่มีความเสี่ยงก็เป็นอำนาจหน้าที่ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปคุ้มครองนำเด็กออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยทันที

อย่างไรก็ตาม มี 1 คนที่ผู้ปกครองประสานขอรับกลับดูแลเอง ส่วนที่ผู้ปกครองบางคนกังวลไม่รู้ว่าบุตรหลานถูกนำตัวไปอยู่ไหนนั้น เราทำงานประสานพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ต้องดูแลเป็นรายเคส บางส่วนอาจจะไม่รู้ เพราะเราทำงานเป็นชั้นความลับด้วย ค่อยๆ ทำความเข้าใจ ต้องทำมิติหลังบ้านในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย จึงเป็นไปได้ว่าผู้ปกครองอาจจะไม่ทราบ แต่รัฐรับประกันในบทบาทของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปคุ้มครอง เราก็ต้องรับผิดชอบ

นายอนุกูล กล่าวด้วยว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. มีการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดสมุทรสงคราม มีมติให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการคุ้มครองเด็กที่เหลือในการนำเด็กทั้งหมดออกมา และมีมติไม่ต่ออายุมูลนิธิคุ้มครองเด็กดังกล่าว เนื่องจากใบอนุญาตดำเนินการจะหมดอายุในเดือน ม.ค. 2566 หลังจากนี้ก็ต้องปล่อยให้สิ้นสภาพการเป็นสถานสงเคราะห์ที่ได้รับอนุญาต

ส่วนการพิจารณาต่ออายุใหม่ก็ต้องนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่ ต้องยื่นขอต่อใบอนุญาตใหม่ การพิจารณาอนุญาตเป็นอำนาจของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาทั้งด้านกาย จิต สังคม เช่น ด้านสุขอนามัยสาธารณสุข ด้านสถานที่สิ่งแวดล้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการศึกษาและพัฒนาการเด็ก รวมถึงมีสหวิชาชีพเข้าไปร่วมพิจารณา เป็นคณะกรรมการระดับพื้นที่ประเมินก่อนจะเสนอขออนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เท่าที่ประเมินสภาพแวดล้อมสุขอนามัยในมูลนิธิฯ ดังกล่าวหลังจากที่ลงพื้นที่ก็เห็นว่า ต้องมีการปรับปรุงยกใหญ่พอสมควร

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม คลิ๊กเลย >> 8 สัญญาณอันตราย เสี่ยง “ไบโพลาร์”